การทำงานของ Gen Y (ช่วงอายุ 28-44 ปี)
ลักษณะของคนเจน Y คือ มีความยืดหยุ่น มีความคิดสร้างสรรค์ ปรับตัวเก่ง สร้างสรรค์งานและวิธีแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ มีทักษะและความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมเทคโนโลยี เชื่อมั่นในตัวเอง จากวิกฤตการณ์
โควิด-19 ที่ผ่านมา คนกลุ่มเจน Y คือ กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบเรื่องการทำงานมากที่สุด เพราะอยู่ในวัยทำงานและไม่ได้ตำแหน่งที่มั่นคง ส่งผล
ให้เกิดความเครียดและวิตกกังวลกับอนาคต ขาดแรงบันดาลใจ รวมถึงรู้สึกโดดเดี่ยวและมีความคาดหวังในตัวเองสูง

หลายคนกำลังได้ยินถึงกลุ่มคนวัย “เดอะ แบก” ซึ่งคือกลุ่มคน Gen Y หรือกลุ่ม
มิลเลนเนียล ที่มีช่วงอายุระหว่าง 28-44 ปี หรืออาจมากกว่านั้น เป็นกลุ่มประชากรที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนทุกมิติของสังคม เพราะอยู่ในวัยทำงาน
มีครอบครัว ซึ่งต้องแบกรับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในด้านต่าง ๆ เป็นกลุ่มคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างเจนเนอเรชั่นของพ่อแม่และเจนเนอเรชั่นของลูกและคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าผู้อ่านหลายคนคงสงสัยว่าพวกเขา (หรือพวกเรา) แบกอะไรเอาไว้หนักหนาภายใต้บทบาทของการเป็น “เดอะแบก”
อันดับหนึ่ง 30.17% แบกการเป็นเสาหลักของบ้านที่ต้องดูแลครอบครัว
รองลงมา 21.23% แบกความกลัวที่ใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่แถมเงินไม่พอ
และ 15.64% แบกภาระหนี้สินอันหนักอึ้ง
หนี้ก็ยังมาทำให้กังวลอีก
จากสถิติของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ทำการสำรวจความสุขของคนทำงานในปี 2558 พบว่า 50% ของคนทำงานกลุ่ม
Gen Y ไม่มีเงินออม 48% ผ่อนชำระหนี้สินไม่ตรงเวลา 45% มีรายจ่ายมากกว่ารายรับ และ 45.6% มีความรู้สึกว่าการผ่อนชำระหนี้สินเป็นเรื่องที่สร้างภาระหนักมากให้แก่ตนเอง
มีอีกสถิติหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ข้อมูลของทางธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า
คนไทยก่อหนี้ในระดับสูงตั้งแต่อายุยังน้อย แถมยังเป็นหนี้เสียจำนวนไม่น้อย
และหนี้ดังกล่าวไม่ได้ลดลงเมื่อใกล้วัยเกษียณ โดยหนี้ส่วนใหญ่ของคนที่ช่วงอายุน้อยส่วนมากเป็นหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งความเสี่ยงที่ผิดนัดชำระส่วนมากจะอยู่ที่สินเชื่อส่วนบุคคลนั่นเอง
หลักการทำงาน
- ส่งข้อมูลสินค้าและบริการของทางบริษัทผ่านทางอีเมลล์
- โทรติดต่อหาลูกค้าโดยตรง
- สร้างร้านค้าผ่านช่องทาง on-line เช่น shoppee lazada page facebook tiktok เพื่อโพสขายสินค้า
- เข้ากลุ่มตามเฟสบุ๊คที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ไอทีเพื่อหาลูกค้า
- ตอบแชทไลน์ เฟา หรืออื่นๆ ที่ลูกค้าติดต่อมา
